

ร่วมกตัญญูมอบของใหญ่ทุ่มเงินเกือบ 4 ล้าน ซื้อที่นอน หมอน มุ้ง พร้อมเครื่องครัวแจกชาวน้ำปาด
ขณะที่ นายก อบต.น้ำไคร้ เผยชาวบ้านเดือดร้อนจำนวนมาก หลายหลังถูกน้ำซัดหายไปพร้อมที่ดินจนไม่สามารถปลูกบ้านใหม่ได้
จากสถานการณ์ภัยพิบัติน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ของตำบลบ้านไคร้ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่อช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทำให้ประชาชน จำนวน 9 หมู่บ้าน รวม 447 ครัวเรือน ได้รับผลกระทบและเดือดร้อนจากเหตุน้ำป่าหลากเข้าท่วมในพื้นที่โดยที่ไม่ทันตั้งตัว สร้างความเสียหายอย่างหนักเกือบร้อยเปอร์เซ็นของชุมชน บ้านหลายหลังต้องหายไปกับน้ำ ไม่เหลือแม้แต่ที่ดินปลูกบ้านของชาวบ้าน จากกระแสน้ำที่ไหลบ่าลงมาจากเทือกเขาทำให้เกิดดินสไลด์พัดเอาต้นไม้ตอไม้ต่างๆเข้าถล่มชุมชนช่วงเช้ามืดของวันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา
ล่าสุด วันที่ 30 ตุลาคม 2568 เมื่อเวลา 13.00 น. บริเวณที่ทำการ อบต.น้ำไคร้ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ มูลนิธิร่วมกตัญญู นำโดย ดร.รัตนา สมสกุลรุ่งเรือง ประธานมูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมด้วย ดร.บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมพิเศษมูนิธิฯ คุณ สุรินทร์ สู่สวัสดิ์ ผู้จัดการฝ่ายกฎหมายมูลนิธิฯ คุณปิยะลักษณ์ ถิ่นแก้ว หัวหน้าฝ่ายปฎิบัติการมูลนิธิฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครกว่า 50 นาย พากันขนที่นอนยางพารา 6 ฟุต ผ้าปูที่นอน หมอน ผ้าห่ม เตาแก๊ส หม้อหุงข้าว กระดิกน้ำร้อน เดินทางมามอบให้กับชาวบ้านในพื้นที่ของตำบลน้ำไคร้ เพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับชาวบ้านหลังจากที่พากันสิ้นเนื้อประดาตัวจากภัยพิบัติน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ ถือเป็นการมอบสิ่งของเหล่านี้ครั้งแรกในพื้นที่กับชาวบ้านและเป็นหน่วยงานแรกที่มอบสิ่งของต่างๆเหล่านี้ หลังเกิดภัยพิบัติ สร้างความปลาบปลื้มดีใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มทั้งผู้ให้และผู้รับท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าวในพื้นที่ โดยชาวบ้านต่างรวมตัวกันนำเอารบรรทุกทางการเกษตรหรือรถไทยแลนด์ มาขนเอาสิ่งของต่างๆจนเต็มรถเพื่อกลับไปยังบ้านพักของแต่ละครอบครัว
ขณะที่ ดร.รัตนา สมสกุลรุ่งเรือง ประธานมูลนิธิร่วมกตัญญู ไปยืนมองสภาพความเสียหายของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครื่องใช้ในสำนักงานของ อบต.น้ำไคร้ ที่ถูกน้ำท่วมจนพังเสียหายทั้งหมด พร้อมกล่าวความรู้สึกเห็นใจและเร่งเห็นความสำคัญในการใช้งานคอมพิวเตอร์ในสำนักงาน อบต ซึ่งมีความจำเป็นในเรื่องของการทำข้อมูลสำรวจความเสียหายให้กับชาวบ้าน และหากต้องรองบประมาณจากทางภาครัฐเกรงว่าจะล่าช้า จึงตัดสินใจควักเงินจำนวน 4 แสนบาท เพื่อจัดซื้อคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คให้กับทางเจ้าหน้าที่ใช้ในสำนักงาน นอกจากนั้นยังมอบเงินให้กับ 3 ครอบครัวที่สูญเสียชีวิตของคนในครอบครัวจากเหตุการณ์ดังกล่าวอีกครอบครัวละ 20000 บาท
ด้าน บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมพิเศษมูลนิธิร่วมกตัญญู บอกว่า พื้นที่ตรงนี้น่าจะเป็นพื้นที่ที่สูญเสียที่สุดในอุตรดิตถ์ที่ถูกน้ำป่าเข้าหลากท่วมพื้นที่ ซึ่งขณะเกิดเหตุทางมูลนิธิร่วมกตัญญู เราไม่ได้มาตั้งแต่วันแรกเราเข้าไปที่ทองแสงขันเราเห็นทองแสงขันเราก็คิดว่าหนักมากแล้วเพราะว่าทุกบ้านเนี่ยจมหมดเป็นบริเวณกว้าง จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่เข้ามาดูเข้ามาสำรวจเข้ามาสอบถามเรื่องความสูญเสียความเสียหายปรากฏว่าตรงนี้มีพี่น้องประชาชนสูญเสียประมาณ 3 ราย เจอร่างแล้ว 2 ราย ยังไม่เจออีก 1 ราย แล้วบ้านเรือนที่จมหายหายไปทั้งหมดกว่า30กว่าหลัง แล้วก็จะเห็นบ้านที่สภาพแบบตะแคงประมาณ20กว่าหลังตรงนี้นะครับที่เราคิดว่าพี่น้องประชาชนต้องการมากที่สุดคือเครื่องนุ่งห่มเครื่องใช้ไฟฟ้า วันนี้เราได้รับความอนุเคราะห์จากมูลนิธิร่วมกตัญญูโดยท่านประธานมูลนิธิร่วมกตัญญูท่าน ดร.รัตนา สมสกุลรุ่งเรือง บอกให้มอบ ข้าวของเครื่องใช้อุปโภคบริโภค เครื่องใช้ไฟฟ้าที่นอนหมอนมุ้งเบื้องต้นเราจะมาดูว่าถ้าบ้านเรือนเขาเสร็จแล้วอะไรจะมาเยียวยาเพิ่มเติมเดี๋ยวเรามาดูกันอีกที แต่วันนี้ชาวบ้านเขาดีใจมากไม่เคยมีใครให้มากขนาดนี้ หนึ่งครอบครัวได้ที่นอน 1 อันหมอน 2 ใบ ผ้าห่ม 1 ผืน เตาแก๊ส 1 อัน หม้อหุงข้าว กระติกน้ำร้อน กระทะ นี้คือทั้งหมดที่เขาจะได้ในวันนี้
หลังจากนั้นก็จะเข้าพื้นที่ทองแสงขันอีก 550 หลังคาเรือนคือได้รับของเหมือนกัน ตอนแรกที่เราเข้าไปเจอพี่น้องประชาชนเดือดร้อนแต่เราไม่ได้เอาไรมาเลย ท่านประธานจึงมอบให้เงินให้ครอบครัวละ 2000 บาทพร้อมถุงยังชีพ หลังจาก สถานการณ์น้ำที่คลาย คุณบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ ได้ย้อนกลับไปอีกครั้งหนึ่งมอบเสื้อผ้าใหม่ให้ชาวบ้านเลือกตามอัธยาศัย ซึ่งตนเองให้ความสำคัญกับความเรื่องของการเยียวยา นอกจากจะได้เงินและถุงยังชีพแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดคือที่นอนหมอนมุ้งเครื่องใช้ไฟฟ้าเขาต้องการใช้ ตอนนี้และทำตามที่ท่านประทานมูลนิธิร่วมกตัญญูบอกให้เต็มที่กับพี่น้องประชาชน โดยในครั้งนี้ใช้งบประมาณเกือบ 4 ล้านบาท
จากมูลนิธิร่วมกตัญญูที่ประชาชนบริจาคผ่านทางมูลนิธิ
ส่วน นายชื้น วันเกลี้ยง นายก อบต.น้ำไคร้ ให้ข้อมูลกับทางผู้สื่อข่าวว่า สำหรับในพื้นที่ตำบลน้ำไคร้แห่งนี้เป็นเป็นพื้นที่ต้นน้ำที่เกิดเหตุดินบนเทอกเขาหลายลูกที่อยู่เหนือชุมชนขึ้นไป เกิดการสไลด์ตัวลงมาอย่างหนักทำให้เกิดน้ำป่าพร้อมดินโคลนพัดถล่มชุมชนช่วงเช้ามือของคืนวันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายให้กับ 9 หมู่บ้านของตำบล มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน จำนวน 447 ครัวเรือน มีที่เสียหายบางส่วน318หลังคาเรือน ในจำนวนนี้ มีเสียหายทั้งหลังจำนวน 87 ครัวเรือน หายไปกับน้ำจำนวน 35 ครัวเรือน ซึ่งรุนแรงถึงขั้นไม่เหลือแม้แต่ที่ดินปลูกสร้าง นอกจากนั้นยังมีผู้สูญหาย3คนเจอศพแล้ว2ยังไม่เจออีก1 ช่วงนี้ก็ได้ประสานไปทางที่สำนักงานที่ดินจังหวัดในการจัดสรรที่ดินอยู่อาศัยให้กับทางชาวบ้าน บางส่วนบ้างแล้ว รวมไปถึงที่ดินสาธารณะประโยชน์ ตอนนี้กำลังประสาน นายอำเภอน้ำปาด ประสานผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เร่งสร้างบ้านอยู่ชั่วคราวที่หน่วยป่าไม้ หลังจากนั้นก็จะขอที่ดินเพื่อสร้างบ้านบนที่ดินจัดสรรตาม เพื่อให้ชาวบ้านได้อยู่อาศัย ส่วนที่ดินเดิมของชาวบ้านหลังจากเกิดเหตุ และได้ออกสำรวจแล้วพบว่า ไม่สามารถดำเนินการสร้างได้เลย
เนื่องจากถูกกระแสน้ำที่รุนแรง ซัดเปลี่ยนทิศทางน้ำในคลองใหม่จนหมด จนที่ดินและบ้านของชาวบ้านเดิมที่เคยปลูกอาศัยกันนั้น ถูกภัยธรรมชาติเปลี่ยนที่อยู่เป็นคลอง คือมันตัดคลองใหม่เลย แล้วก็ที่ดินเสียหายหมด ถ้าจะกลับมาใช้ที่ดินเดิมของชาวบ้านในจุดดังกล่าวคงจะต้องใช้ งบประมาณมหาศาลในการถมคลอง เลยต้องจัดสรรที่ดินให้ชาวบ้านใหม่ และมีการสอบถามชาวบ้านดู ก็ไม่อยากอยู่แล้วที่ดินมันเป็นห้วยไปเลยใหญ่กว่าคลองเดิมอีกเท่าตัว
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ถือเป็นครั้งแรกในพื้นที่ที่เกิดความเสียหายและเกิดความสูญเสียเป็นวงกว้าง ที่ เคยเกิดตอนปี 2521แต่ไม่หนักขนาดนี้ ครั้งนี้หนักที่สุดตั้งแต่สร้างบ้านมาก็ไม่เคยเจอ
ขณะนี้ความเดือดร้อนของชาวบ้านในขณะนี้ การฟื้นฟูชุมชนก็คงต้องใช้ระยะยาวที่ผ่านมาก็มีหลายๆหน่วยงานเข้ามาช่วยเบื้องต้น บ้างแล้ว ส่วนการเยียวยาจากภาครัฐขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการตามระเบียบของทางราชการ ซึ่งทาง อบต.สามารถดำเนินการได้สูงสุดที่ 49,500 บาท ต่อครอบครัวแล้วแต่ความเสียหาย ซึ่งจะต้องเป็นไปตามระเบียบของท้องถิ่น
*** ก๊วก สมุทรปราการ 0876122558 ***










